natcha 的个人资料*****Katay*****照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
*****Katay*****I learn to love what i am *-* 9月30日 "คน" เรามีโอกาสฟันผุมากขึ้น หากเปิดน้ำทิ้งไว้ขณะแปรงฟันตามนี้...
ยังมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่มักปล่อยให้ก๊อกน้ำไหลไปเรื่อยๆในระหว่างที่ตัวเองกำลังแปรงฟันอยู่
เหตุผล: ขี้เกียจ อีกเด๋วเดียวก็แปรงเสร็จแล้วก็ต้องใช้น้ำบ้วนปากต่อ
อืมมมมมมม ใช่ไหมล่ะ
ทีนี้
ในระหว่างที่กำลังแปรงๆสีๆฟันอยู่นั้น ก็มองกระจกที่อยู่ข้างหน้า
และสายตาคู่เดียวกันก็เสือกชำเลืองเห็นน้ำไหลออกจากก๊อกอย่างไม่หยุดหย่อน
ระบบสมองเลยทำงานโดยอัตโนมัติ...
รีบๆแปรงเว้ย ต้องรีบๆแปรงเดี๋ยวเปลืองน้ำ ไหลทิ้งไปตั้งเท่าไหร่แล้ว (แล้วเจือกไม่ปิดแต่แรกเนาะ)
ก็เลยกลายเป็นแทนที่ว่าจะแปรงได้ครบถ้วนกระบวนความ ฟันข้างใน ฟันตรงกลาง ฟันข้างหน้า ฟันด้านนอก ฟันด้านใน ฟันข้างบน ฟันข้างล่าง สันฟัน ลิ้น ฯลฯ จุดละสามวินาทีตามที่หมอฟันบอกตอนไปถอน/อุด/รักษารากฟันครั้งก่อน ก็กลายเป็นทั้งช่องปากด้วยเวลาเพียงไม่เกินสิบวินาที
เพราะระบบประสาททำงานโดยอัตโนมัติ(อย่าเถียงว่าไม่จริง ก็บอกแล้วว่ามันทำงานโดยอัตโนมัติ ที่เพราะคิดว่าไม่จริงน่ะ คือไม่รู้ว่ามันทำงานอยู่ต่างหาก เข้าใจ๊?) ต้องแปรงเร็วๆเดี๋ยวเปลืองน้ำ(ไปมากกว่านี้) ก็เลยกลายเป็นว่าแปรงเร็วเกิ๊น ไม่สะอาด เศษอาหารออกไม่หมด แบคทีเรียยังไม่ตาย สุดท้ายย ฟันผุ...
ถามต่อ
วิธีแก้มีไหม?
ตอบ
มี
อย่างไร?
ง่ายโครตๆ
ปิดก๊อกน้ำในระหว่างที่แปรงฟันไง
ความรู้สึกมันจะต่างกันเลยนะ ระหว่างการมีอะไรสักอย่างมา remind อยู่ตรงหน้าว่าให้รีบๆทำให้เสร็จเข้า
กับ การใช้เวลาอยู่กับมันอย่างเต็มที่ ไม่มี bond อะไรมาเป็นปัจจัยเร่งการกระทำ
ขำๆนะจ้ะ อย่าเชื่อจริงจังกันไป แต่จะลองทำดูก็ได้ ไม่เสียหลาย แถมช่วยประหยัดค่าน้ำที่บ้านได้ด้วยนะ
แต่ใครจะไปรู้
อีก 36 ล้านปีต่อมา ถ้าเกิดมีนักวิทยาศาสตร์ทำวิจัยรายงานเรื่องนี้ออกมาล่ะก็ (เหมือนบล็อคเรื่อง "ทำไมเราถึงไปกันไม่ได้" ล่าสุดอ่านเจอในคลีโอว่ามีคนทำวิจัยว่าคนเรามักชอบพอกับบุคคลในเพศตรงข้ามที่มีภูมิคุ้มกันต่างจากเรา อุ...มันสอดคล้องกับสมมติฐานของช้านเลยนะเนี่ย)
ณัชชาขอค่าลิขสิทธิ์ก่อนเลย
หุหุหุ
หมายเหตุ: สำหรับบุคคลที่ยืนกรานว่าไม่จริง ต่อให้เปิดน้ำทั้งเขื่อน กรูก็แปรงของกรูต่อไปได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องรีบ เคสแบบนี้ก็อาจจะมีบ้าง และ(ส่วนตัวคิดว่า)นั่นก็เป็นเพราะ มรึงม่ะใช่ "คน" แต่เป็นแค่สิ่งมีชีวิตที่มีแต่สัณชาตญาณรักแต่ความสบายของตัวเอง ไม่มีจิตสำนึกรักษ์โลกหรืออนุรักษ์ธรรมชาติเลย ฮ่าๆๆๆๆ
6月20日 Isn't it the time to live in the "real" worldจริงๆช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเร๊ย T^T
มารู้สึกตัวอีกทีคือช้านกลายเปนคนบ้างานไปแล้ว
แต่มิเปนไร นั่นคือสิ่งที่เลือกแล้วนิ
I prefer to be lucky in game, rather than in love*
แต่วันนี้วันหยุด ขอแว่บมาเขียนสเปซซะหน่อย...รู้สึกว่าห่างหายไปนาน
วันนี้ (20 มิ.ย. 2551)
เป็นวันที่กลุ่มพันธมิตรเคลื่อนพลไปยื่นหนังสือต่อไอ้หมัก เอ้ย นายก ที่ทำเนียบ
เป็นวันที่น้ำมันแตะราคาที่ 40 บาทกว่าแล้ว และยังไม่มีท่าทีจะหยุดอยู่แค่นี้
เป็นวันที่จีนน้ำท่วมครั้งยิ่งใหญ่ หลังแผ่นดินถล่มเมื่อเดือนก่อน (ยังไม่นับพายุเนอร์กิสที่พม่า)
และยังเป็นวันที่ฉันรู้สึกว่าชีวิตนี่มันช่างยากลำบากกว่าวันที่ผ่านๆมา
เพราะอะไร?
เพราะอะไร?
นั่นสิ เพราะอาไร?
สมัยเด็กๆแต่ไหนแต่ไรมา ครูอาจารย์ก็พร่ำบ่นสอนว่าเราต้องช่วยกันรักษาธรรมชาติ ลดการใช้พลังงานเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยกันลดโลกร้อน
แต่มันก็นั่นน่ะแหละ ที่จำได้เพราะมันต้องสอบไง ไปถามคนอื่นดูสิ มีคนไทยซักกี่คนที่ใส่ใจเรื่องนี้แบบที่คิดว่ามันเปนเรื่องของเรามั่ง
แทบไม่มี!
เพราะเราก็ใช้ชีวิตแบบเลื่อนลอยไร้สาระไปวันๆกันมาเปนเวลาช้านาน
วันนี้ช้านต้องรีบตื่นไปเรียน ไปสอบ ไปทำงานเพื่อจะได้ทำให้มันเสร็จๆไป
บางคนอาจหวังผลให้เกรดออกมาดี ได้เงินเดือนขึ้น แต่มันก็เปนผลเพื่อตัวเองทั้งงั้น
ทุกคนมีชีวิตอยู่ในโลกของตัวเอง ทำเพื่อตัวเอง และคิดถึงแต่ตัวเอง(อาจมีรวมถึงครอบครัวและคนที่ตัวเองรู้จักบ้าง)
แต่จะมีใครแคร์สังคมบ้าง อย่าว่าแต่โลกเลย เหอๆ
แม้แต่กิจกรรมที่ป้ายมันเขียนว่าเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม อย่างเช่นของคลื่นวิทยุน่ะ ฮอทเวฟรวมพลังลดโลกร้อนเอย กรีนเวฟเดย์เอย อาไรเอย
มันใช่ทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจริงๆเหรอ
คนจัดงานมี hidden agenda เพื่อโปรโมทบริษัทตัว หาสปอนเซอร์เยอะๆ
โอเค ในงานอาจจะมีกิจกรรมที่ลดโลกร้อน แต่มันก็แค่"กิจกรรมภายในงาน"
วันรุ่งขึ้น ไอ้คนคิดสคริปกิจกรรมนั้นมันก็อาจกลับไปเผาพลาญพลังงานเหมือนเดิม
เพราะมันก็แค่ "กิจกรรม" ไม่ใช่ "real habit"
คนที่มาร่วมงานก็เช่นกัน ปากก็บอกว่าอยากมีส่วนร่วมในการช่วยลดภาวะโลกร้อน ทั้งศิลปิน ดารา ประชาชีทั้งหลาย
ศิลปินดาราส่วนมากเค้าได้ค่าจ้างมา... จบข่าว
ประชาชนก็มาเพื่อกรี๊ดดาราที่ตัวเองชอบ มาฟังเพลง และถ่ายรูปคู่ดารา
สรุปทั้งงานมันก็จัดเพื่อสนองนี้ดของแต่ละฝ่ายทั้งงั้น
แต่ไม่มีเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจริงๆอย่างที่ป้ายงานมันโชว์หราอยู่อย่างงั้นหรอก
และทุกวันนี้ก็ยังคงเปนเช่นนั้น ปากก็พูดไปสิ โลกร้อนๆๆ ลดภาวะโลกร้อน ลดภัยธรรมชาติ
พี่...เอาน้ำเปล่าขวดนึง ใส่ถุงให้ด้วย...
...ช่างปะไร พม่ากับจีนอยู่ไกลกรุงเทพตั้งเยอะ!
มาต่อที่เรื่องเศรษฐกิจ
ที่ผ่านมาคนไทยไม่เคยยยยยยยยยย ไม่เคยที่จะมีนโยบายให้ประชาชนประหยัด อดออมเลย
มีแต่กระตุ้นการลงทุน ส่งเสริมการใช้จ่ายของประชาชน เพิ่มกำลังการผลิต
ฟุ้งเฟ้อมิล่ะ (ช้านก็เป็น ช้านรู้ตัวย่ะ)
ที่เปนแบบนี้จะไปโทษประชาชนก็ไม่ถูกเนาะ
ต้องโทษรัฐบาล สร้างค่านิยมฟุ้งเฟ้อล่องลอยให้ประชาชนมาแต่ไหนแต่ไร
ช่วงปีที่แล้วน้ำมันจะขึ้น จะเปนไง กรูไม่สน
กรูจะขับรถมีไรไหม (แม้ว่าปากจะบ่นว่าน้ำมันแมร่งแพง แต่ถึงเวลาก็ขับรถออกจากบ้านไปห้างใกล้บ้านเหมือนเดิม)
พอมาปีนี้ที่น้ำมันมันขึ้นแบบบ้าเลือด...ถึงค่อยๆจะเริ่มสำนึกกันบ้าง
แต่ก็แค่บางกลุ่มน่ะ เช่นกลุ่มที่ต้องอิงกับราคาน้ำมัน
แน่นอน....วงการการบิน
ฉันเองรู้สึกได้ว่าวิกฤติน้ำมันคราวนี้ส่งผลกระทบถึงช้านเข้าแบบเต็มๆเลย เศร้า*
ฉันเลยเริ่มสำนึกได้ว่าที่ผ่านมานี่ตัวเองฟุ้งเฟ้อล่องลอยไปมาก คิดแต่ตัวเอง
แต่ก็ไม่รู้หรอกว่าจะทำอย่างไรดี ที่จะช่วยแก้ปัญหาห่านๆเหวๆเหล่านี้ให้หมดไปได้
เพราะรัฐบาลมันไม่เคยบอกแนวทางอะไรที่ดูแล้วฉลาดเข้าท่าน่าทำเลย
สุดท้าย ฉันก็เลยได้แต่คิดในหัว ระบายออกมาเป็นสเปซนี้
และก็กลับไปใช้ชีวิตในวงจรเศรษฐกิจอุบาทว์ๆเหมือนเดิม
และยังมีคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยเลย
ที่ไม่แม้กระทั่งจะรู้สึกตัว....
โลกในความหมายของคนไทยน่ะหรอ? นี่ไง....บ้าน บ้านแฟน ที่ทำงาน ร้านค้า บาร์ ผับ ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว....
....จบข่าว.....
(กลับไปทำงานเอาเงินไปผลาญต่อล่ะ)
3月15日 บทเรียนจากสปาเก็ตตี้...วันนี้มีแผนว่าจะทำสปาเก็ตตี้ไส้กรอกซอสโทเม๊โท่ แหะๆ ดัดจริตจริงๆ แต่ก็นะ ซอสมะเขือฟังแล้วไม่ไฮโซวอ่ะ ขอหน่อยๆ
บอกให้น้องไปซื้อซอสมะเขือเทศในหมู่บ้านให้หน่อย มันก็ไม่ยอมไป...เออ ไม่ต้องกินแล้วกัน
กลับมาบ้าน บอกให้พี่สาวช่วยยืนดูเส้นที่ต้มให้หน่อยระหว่างที่เราไปผัดตัวซอสอยู่ มันก็บอกว่าใครอยากกิน....เออ ไม่ต้องกินอีกเช่นกัน
ก็เป็นมันซะอย่างนี้อ่ะ งั้นก็อยู่กันต่อไปแบบนี้แล้วกัน กินเศษกับข้าวเช้าที่เหลือไปกันเองแล้วกัน ช้านยั๊วะนะยะ ทำก็ทำให้ แค่ให้ช่วยนิดๆหน่อยๆ ยังขี้เกียจกันได้อีกอ่ะ
เปลี่ยนเรื่องๆ วันนี้ไม่ได้จะมาบ่นเรื่องนี้ซะหน่อย ไม่เอา ไม่สร้างสรรค์ ไม่คิดบวกเลย ไม่เอาๆๆๆ
เอาใหม่ๆ
ขั้นตอนการเตรียมเครื่องปรุง การผัดซอสอะไรนี่ก็รวดเร็ว แปรผันตรงตามความหิว ณ. ขณะที่ทำอยู่
แต่พอมาถึงขั้นตอนการลวกเส้นนี่สิ ทำให้ย้อนกลับไปนึกถึงตอนที่ทำสปาเก็ตตี้คนเดียวเองครั้งแรก เมื่อปีที่แล้ว ตอนอยู่คูเวต
ยืนก้มๆเงยๆอยู่หน้าหม้อตั้งนานสองนาน หยิบเส้นดิบๆ กึ่งดิบกึ่งสุก เกือบจะสุก และอีกหลายสถานะมากินไม่รู้กี่สิบครั้ง จนเกือบจะอิ่มเลยเชียว
เพราะไม่รู้จริงๆว่าเส้นมันต้องต้มกี่นาทีถึงจะกินได้ (ถ้าเอาไฮโซหน่อยก็ต้องให้มันเป็นเอล ดันเต้ ใช่ม่ะคะ auntie kiki อิอิอิ)
จนสุดท้าย ยืนนานกว่า 20 นาที เส้นจึงพอกินได้
ประหลาดใจกะต่ายมากๆ ตั้งแต่เกิดว่าไม่เคยคิดว่าจะต้องใช้เวลาต้มเส้นสปาเก็ตตี้ให้มันสุกนานขนาดนี้
คิดว่าแค่สองสามนาทีก็ได้แล้วซะอีก
และคราวนี้ก็เช่นกัน ทั้งๆที่รู้ว่ามันต้องใช้เวลานานนะกว่าเส้นจะสุก แต่ก็ยังคิดอยู่ดีว่าทำไมนานจังเลย
และทำให้คิดแบบเพลินๆต่อไปอีกว่า นะ...ถ้าอยากได้(กิน)ของดีๆ ก็ต้อง "อดทน" "รอ" เสียหน่อย
เพราะทุกอย่างมันก็ต้อง "ใช้เวลา" กันบ้าง กว่าจะถึง "เวลาที่เหมาะสม"
ถามว่าเมื่อไหร่เหมาะสมนั้น ของบางอย่างมนุษย์ก็รู้เอง กำหนดเองได้ แต่ของบางอย่าง ก็ต้องรอตามแต่ที่เบื้องบนกำหนดไว้ให้มา
จะดิ้นรน ลัดคิว เร่งรีบไปก่อน ก็เท่านั้น....ไม่ได้ทำให้เราได้รับผลดีเร็วขึ้นมาแต่อย่างใด
หากมีแต่จะทำให้เกิดผลในทางตรงข้ามก็เป็นได้
ชั่วชีวิตฉันนั้นมีเรื่องอยู่เรื่องนึงที่ฉันจะจำไปจนวันตาย
เพราะความใจร้อนและเร่งรีบของฉันเอง
มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคนที่ฉันเคยรักและก็คิดว่ายังรักอยู่นะ
เขาเป็นผู้ชายที่ฉันเซ็ตไว้เป็น my ideal man เลยเชียว
แต่ก็มีอันต้องพรากกัน และนั่นก็เป็นเพราะความใจร้อนของฉันเอง ที่เร่งเร้าจนเค้ารำคาญและเหนื่อยใจ
สามปีหลังจากวันนั้น ฉันก็ยังสำนึกผิดอยู่เรื่อยมา...
อยากได้อะไรดีๆ มันก็ต้องอาศัยเวลา ต้องอดทนรอกันบ้าง
อย่ากลัวที่จะเสียเวลาให้มันไหลผ่านไปในระหว่างที่รอ
เพราะมันคุ้ม เมื่อท้ายที่สุดแล้ว เราได้สิ่งที่เราต้องการ
ดีกว่ารีบๆเร่งๆ แล้วไปฉวยเอาของสัปปะรังเคมา
ชิมิ
why to haste,then?
3月11日 I would happily remain single rather than living with these nasty guys here they are....
1. ผู้ชายเจ้าชู้ ขี้เอา ขี้เหงา เห็นผู้หญิงเป็นต้องพยามพาขึ้นเตียงให้ได้
2. ผู้ชายบ้าเวอร์จิ้น... ถ้าใครจะมาคบกับฉันแล้วขอเปิดกระโปรงดูรูก่อนนี่คงมีเฮ แม่จะอัดให้เละ ไมฟร่ะ สิ่งสำคัญของผู้หญิงมันคือรูนั้นรูเดียวหรอ โธ่ โง่จริงๆ ไม่รู้หรอว่ารูนั้นนะมันหลอกกันได้ เด๋วนี้มีวิวัฒนาการเย็บปิดอุดรูแล้วย่ะ แค่ทำเสียงหน่อมแน้มบอกว่าไม่เคย พวกแกก็ไม่มีวันรู้ได้ เหอๆๆๆ ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ ไม่ได้อยากโกหกหรอกนะ เพียงแต่ช้านดันไปชอบเธอทั้งๆที่ช้านก็รู้ว่าไอ้ตรงนั้นของเธอก็ไม่ได้วิลิศมาหราอะไร ออกจะ understandard size ด้วยซ้ำไป แต่ช้านก็ไม่สน ช้านชอบเธอเพราะอย่างอื่นในตัวเธอออีกสารพัด แต่เธอกลับมองแต่รูเล็กๆที่ไม่มีวันเห็น
3. ผู้ชายเสเพล ไร้สาระ ไม่มีอนาคต อยู่เพื่อกิน นอน และหายใจรดให้มันหมดไปวันๆ ... ไม่ต้องสาธยายอะไรต่อมากแล้วเนาะ สิ่งมีชีวิตแบบนี้น่าออกห่างจริงๆเหิด ให้ตาย
4. ผู้ชายเหนี๊ยมมมมเหนียม เหยาะแหยะ ไร้เดียงสาเกินวัยวุฒิ ... ผู้หญิงอยากมีคนรู้ใจไว้เป็นคู่คิด ไม่ได้อยากได้น้องชายไว้คอยสั่งสอนและชี้แนะเสมอไป
5. ผู้ชายที่มาโชเกินเหตุ มั่นใจในความเป็นชายมากๆ เชื่อว่าตนเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ... ดิฉันก็ไม่อยากเล่นบทนางทาสนะคะ ที่ต้องคอยมีนายท่านอยู่บนหัวคอยข่มและบังคับให้เดินตามหลังต้อยๆๆๆๆเหมือนหมากระเป๋าน่ารักโง่ๆตัวนึง
6. ผู้ชายที่ไร้ศีลธรรม... ศีลธรรมไม่มี ไฉนความดีจะบังเกิด เชื่อได้เลยว่าผู้ชายประเภทเจ้าพ่อร้อยคดี คงไม่มีผู้หญิงดีๆที่ไหนใฝ่ฝันเป็นแน่
7. (สำหรับบางคนเท่านั้น ย้ำ สำหรับบางคนเท่านั้น!!!) "ผู้ชายที่ดีเกินไป" ... สังเกตไหมว่าพวกนี้มักโดนทิ้งเสมอ ด้วยคำพูดสุดท้ายที่ได้ยินจากคนรัก "เธอมันดีเกินไป ช้านคิดว่าช้านไม่คู่ควร" โอ้..แม่เจ้า ราวกับละคร แต่นี่คือเรื่องจริง เคยมีผู้หญิงหลายต่อหลายที่ใช้เหตุผลนี้เพื่อเลิกกับแฟนของพวกเธอ ไม่ว่าเหตุผลที่เธอว่ามานี้จะเป็นความรู้สึกของเธอจริงๆหรือแค่พูดให้มันสวยๆเพื่อปลอบใจคนที่กำลังจะกลายเป็นอดีตแฟนไปเท่านั้น
----------------------------------------------------------------------------------
แต่
สำหรับผู้ชายที่ฉันอยากได้น่ะหรอ
ไม่ยากเลย
ใครซักคนที่ไม่เข้าพวกข้างบนที่กล่าวมา
ใครซักคน ที่ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่น สบายใจ และเป็นสุขเวลาที่ได้อยู่ใกล้ เวลาที่พูดคุยกัน
ใครซักคนที่จริงใจและเปิดใจให้ฉันได้เป็นคนพิเศษของเขา
และเขาก็จะเป็นสุดยอดคนพิเศษของฉันเลยเชียว ^^ 3月7日 there's smth wrong about history...i thinkจริงๆแล้ว แรกเริ่มเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นไม่ได้มีแค่ชายและหญิงแบบที่เราเข้าๆใจกันมา
มีเพศหนึ่งที่ถูกปิดบังไว้ตั้งแต่ครั้งโบราณกาลมา ด้วยเพราะเป็นชนกลุ่มน้อย และไม่บังเกิดผลในแง่บวกแก่เผ่าพันธุ์มนุษย์
พูดง่ายๆก็คือ เพศเหล่านี้ผลิตลูกหลานไม่ได้ จึงไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมว่ามีสถานะเป็นเพศ(ที่ใช้การได้)
แต่เพศนี้มีอยู่ตามธรรมชาติตั้งแต่แรกที่เกิดมีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์
ไม่ใช่เพศที่ผิดธรรมชาติตามที่คนแก่หัวคร่ำครือหลายๆคนเชื่อกันไปอย่างนั้น
แต่ที่เค้าคิดว่าเมื่อก่อนไม่มี ทำไมเด๋วนี้กลับมีพวกนี้เยอะแยะ นั่นก็เป็นเพราะว่าเมื่อก่อนเพศเหล่านี้นั้นไม่ได้รับการยอมรับ
สังคมรู้ว่ามีเพศนี้อยู่ เห็นๆกันอยู่ เพียงแต่มองข้าม ไม่พูดถึง ไม่ใส่ใจ ละเลย และจนถึงขั้นแบน
(แต่เชื่อเถอะว่ามีมาแต่โบราณ ไม่เชื่อไปดูในพระไตรปิฏกและคัมภีร์ไบเบิ้ลได้เลย อิช้านเคยอ่านผ่านๆเรื่องนี้มาแล้ว)
แต่มาสมัยนี้ สมัยที่อะไรๆก็เท่าเทียมๆๆๆ ชายเท่ากับหญิง หญิงเท่ากับชาย งั้นตุ๊ดแต๋วแอ๋วเกย์ก็เท่ากับชายเท่ากับหญิงนะยะ
และก็เรียกร้องกันมาจนได้รับการยอมรับมากขึ้นในปัจจุบัน
เพศเหล่านี้จึงมีให้เห็นกันดาดดื่นทั่วไป มีทั้งที่แสดงออกเต็มที่ และปิดบังไว้แนวๆว่าเป็นนะยะแต่ไม่อยากบอก
แต่พักหลังๆมานี่เริ่มสงสัยแล้วสิว่าทำไมมันเยอะๆขึ้นทุกวันฟร่ะ
บางที เพศที่สามเหล่านี้แต่เริ่มเดิมทีก็มี แต่อาจมีจำนวนไม่มากนัก คือเป็น ไมนอริตี้
แต่ปัจจุบันพวกนี้ชักจะเพิ่มมากขึ้นๆทุกวัน จนจะเป็นมาจอริตี้ได้แร้วววว หาชายแท้นี่มันยากหนักหนาว่ะเด๋วนี้อ่ะ
มันก็น่าสงสัยว่าการเบี่ยงเบนทางเพศแบบนี้เป็นโรคติดต่อชนิดนึงหรือเปล่า หรือเป็นการกลายพันธุ์ของมนุษย์ (ที่อาจเกิดจากการกินไก่มากไป)
Oh God, at least please save one man for me!
3月3日 นิสัยของมนุษย์แปรผันตรงกับเศรษฐกิจวันนี้ดูข่าวโจรปล้นธนาคารไทยพาณิชย์สาขาเซ็นปิ่น
แล้วแม่ก็ดูอยู่ด้วย พอแม่เห็นรูปโจรก็พูดออกมาว่า
"ใช่โจรหรอ หน้าตาแบบนี้ไม่ใช่โจรหรอกม๊างง"
ตามสไตล์เจ้แม่ แม่ชอบคิดแบบเดิมๆว่าโจรมันต้องเป็น streotyped โจรคือหน้าดำอำมหิตวิปริตชอบกล
แต่ในรูปที่ทีวีมันฉายอยู่เป็นอาเจ้กวัยกลางคนหน้าตาภูมิฐาน แลดูเหมือนคนรู้จักซักคนมาก่อน...เอ๊ะยังไง
โธ่...คุณแม่ขา....รู้หน้าไม่รู้ใจไงคะ แบบที่แม่เคยพร่ำบอกไว้เสมอๆน่ะล่ะ
แต่ประเด็นที่น่าคิดให้ลึกไปกว่านั้น
หากอาเจ้กคนนี้เป็นคนมีฐานะภูมิฐานแบบที่แม่เข้าใจแต่แรกล่ะ
ทำไมอาเจ้กต้องมาปล้นแบงค์ด้วย
ต้องยอมรอบว่าหน้าตาอาเจ้กแกดูเป็นคนดีรักษาศีลรักษาธรรมจริงๆ ไม่งั้นแม่อิช้านคงไม่อุทานออกไปเช่นนั้น
และคำตอบง่ายๆ ก็คือ
นิสัยคนนั้นเปลี่ยนไปตามสภาพเศรษฐกิจ
จริงๆนะ ทฤษฎีไม่ผิดแน่ๆ
สมัยที่ยังพอมีพอกินก็โอเคแหละ ไม่อยากทำชั่ว กลัวตัวบาป และไม่มีเหตุให้ต้องทำ เพราะไม่ได้เดือดร้อนนิ
แต่ครั้งนึงที่ตกอับ กิจการไปไม่รอด โดนห้างรายใหญ่กินเหมารวบควบหัวท้าย รัฐบาลโง่ชิหายบริหารประเทศเฮงซวย
จนทำให้คนที่เคยคิดดีและทำดีคนนึงต้องตกอับ....ยากจน และข้นแค้น
สัญชาตญาณเบสิคที่สุดของมนุษย์จึงถูกปล่อยออกมา นั่นก็คือ การเอาตัวรอด
แต่สำหรับบางคน เอาตัวเองรอดอย่างเดียวไม่พอ คงต้องคิดไปถึงเอาให้ครอบครัวตัวเองรอดด้วย
ฉะนั้น การไปเอาของในที่ที่มีของนั้นอยู่ เพื่อความอยู่รอดจึงเป็นผลลัพท์ธรรมดาที่เกิดขึ้น
หรือไม่งั้นก็ต้องอดตายยยย
แล้วมนุษย์คนไหนบ้างจะเลือกแบบหลัง?
ปล.อย่าโทษคน เพราะต้องโทษตัวเองด้วยถ้างั้น เพราะสันดานดิบแบบนี้มีอยู่ในตัวมนุษย์แทบทุกคน อย่าบอกว่าไม่จริง ตัวเองอาจยังไม่เคยตกอับมากๆจึงยังไม่มีโอกาสได้ทำชั่วต่างหาก ลองว่าตกงงานกันยกบ้านแล้วมีลูกสามคนต้องเรียนหนังสือดูสิ...คิดว่าตัวเองจะทำยังไงดี?
ปล.สอง ไปโทษรัฐบาล หน้าที่หลักของพวกมันคือการบำบัดทุกข์และบำรุงสุขให้พลเมือง ไม่ใช่หรือ
ปล.สาม เกลี่ยดรัฐบาลชุดนี้ว่ะ นี่มันพาเหรดสวนสัตว์อะไรในสภาฟร่ะเนี่ย
ปล.สี่ เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ธรรมดาคนนึงที่มีศีลธรรมอยู่บ้าง พวกเหลือๆทั้งหลายที่มีนิสัยชอบขโมยโกยของชาวบ้านเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เราไม่นับ แบบนั้นมันเหลือคนเกิ๊นนนน 2月15日 roses should come after ten years (of married life)15 feb. 2008
เขียนหนึ่งวันหลังจากวาเลนไทน์
จริงๆ อยากเขียนเมื่อวานนะ แต่ต้องรีบนอน กลับบ้านมาก็ดึก ยุ่งสุดๆ เลยแปะไว้มาเป็นวันนี้แทน
เมื่อวานไปสยามมา ไม่มีเดทค่ะ ไปช้อปปิ้งกะเพื่อนสาวอีกสองคน โสดล้วนสามตัว
เห็นหนุ่มสาวเดินกันให้ว่อนเป็นคู่ๆ และมีช่อดอกไม้กันแทบทุกคู่เลย
บางคู่มีเป็นดอกกุหลาบดอกเดียว ผูกโบว์นิดหน่อยกำลังงาม
บางคู่มาเป็นช่อเล็กๆเอาใส่ในกระเป๋าหนังสือได้ (เชื่อไหมว่าร้อยละ 95 ของคู่รักที่มีดอกไม้อยู่ในวัยเรียน!!! ไปวิเคราะห์ต่อกันเอาเองแล้วกัน)
บางคู่นี่มาเป็นช่อดอกไม้เจ้าสาวเลยอ่ะ เห็นแล้วอายแทน
สำหรับคนอื่นอาจดูแล้วหวานน่ารักดี
แต่สำหรับฉัน ดอกไม้ช่อเบ้อเริ่มของคู่หนุ่มสาวในวันวาเลนไทน์ที่เมืองไทยนี่มันช่างลาวดีแท้
มันเหมือนเป็นค่านิยมน่ะ พอถึงวันนี้ก็ต้องซื้อดอกไม้ให้แฟน รักมากป่าวไม่รู้ แต่คนอื่นเค้าให้ กรูก็ต้องให้ เพื่อแสดงให้โลกรู้ว่ารักแฟนม๊ากมาก(หรอ) หรือไม่เพราะแฟนพูดคาดคั้นไว้ก่อน ไม่ซื้อให้เด๋วมีเคือง พอให้เสร็จก็ต้องถือให้อีก -_-"
ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี คนที่คิดเห็นแบบเดียวกับเราก็คงจะพอเข้าใจใช่ไหม มันเปลือกแค่ไหน เปลือกมากๆเลย
แต่
ในทางกลับกัน
ลองคิดดูอีกแบบนะ
ภรรยากำลังง่วนกับการทำกับข้าว งกๆเงิ่นๆเลี้ยงลูกอยู่ในเย็นวันพฤหัสที่ 14 ก.พ. จนลืมไปว่าวันนี้นอกจากจะเป็นวันพฤหัสแล้วยังเป็นวันวาเลนไทน์ด้วย
สามีขับรถกลับมาถึงบ้าน กดออดหน้าบ้าน
ติ๊งต่อง
ภรรยาละจากครัว เดินไปเปิดประตู
"เหนื่อยรึป่าว เอ้านี่ ผมให้คุณนะ"
ภรรยาเอ๋อไปสามวิ....อะไรนั่น
"รักคุณนะ รับไปสิ สวยออก ไม่ชอบหรอ"
...ช่อดอกไม้
อีกหน่อยถ้าแต่งงานแล้ว สามีทำแบบนี้ให้ช้านนี่คงมีโฮ มันคงซาบซึ้งกว่าแฟนซื้อดอกไม้ให้ตอนจีบกันอีกนะ
ดอกไม้หลังแต่งงาน จะเป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าความรักยังอยู่เหมือนเดิม เหมือนตอนที่จีบกัน
ซาบซึ้ง กระซิกๆ T-T 2月8日 รักของฉันมันเป็นแบบนี้...
ถึงจะสิ้นวิญญาณกี่ครั้งฉันก็ยังรักเธอฝังใจ
แม้จะสิ้นดวงจันทร์ไฉไล ไม่เป็นไรเพราะยังมีเธอ ฟ้าจะมืด จะมัวช่างฟ้า ขอให้มีสายตาหวานละเมอ ถึงจะสิ้นแผ่นดินนะเธอ ให้ได้เจอยิ้มเธอชื่นใจ ไม่ได้ชิดก็ขอเพียงได้ชม ไม่ได้สมไม่เห็นแคร์อะไร ขอให้ได้รักข้างเดียวเอาไว้ ไม่เช่นนั้นใจฉันคงหลุดลอย ถึงโลกแตกแหลกราญสิบครั้ง ฉันก็ยังหวังใจรอคอย แม้นจะสิ้นวิญญาณเลื่อนลอย ก็จะคอยพบเธอชาติอื่นเอย
แม้ชาตินี้คงไปกันไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรค่ะ หวังว่าชาติหน้าเราคงได้เคียงคู่กันนะคะ คนดี
2月6日 ทำไมเราถึงไปกันไม่ได้ (ตามหลักวิชาการ)เมื่อหลายวันก่อนมีเพื่อนคนหนึ่งมาถามเราว่าทำไมถึงไม่ชอบเพื่อนเค้าคนที่เคยจีบเราล่ะ
เอ่อ...นั่นสินะ ทำไมล่ะ
ทั้งที่พิจารณาดูแล้วก็เห็นว่าคนนี้เป็นคนดีจริงจัง นิสัยดีมากๆ คบด้วยแล้วน่าจะอุ่นใจ แถมโรแมนติคใช้ได้ด้วย
แต่..ทำไมถึงรู้สึกว่าไม่ได้ชอบแบบนั้นได้
ก็เลยตอบไปมั่วๆว่า คงเพราะ chemical substance มันไม่ได้กันแหละมั๊ง
เพื่อนงง
เลยต้องแถต่อไปอีก
หากเราเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนประกอบขึ้นจากสะสารต่างๆหลายชนิดมารวมกัน ในปริมาณที่ต่างกัน จึงทำให้แต่ละคนมีรูปลักษณ์ต่างกัน นิสัยต่างกัน ความชอบต่างกัน
เราก็น่าจะเชื่อต่อไปได้อีกว่า ก็เพราะความแตกต่างในสะสารของแต่ละคนนี่แหละที่ทำให้คนบางคนไม่ถูกกัน ไม่ลงรอยกัน ไปกันไม่ได้ หรือถ้าเจอกันครั้งแรกก็อาจจะไม่ดึงดูดกัน หรือถ้าขั้นหนักก็คือเป็นขั้วผละออกจากกัน ส่งผลให้ไม่ชอบขี้หน้ากันเสียแต่แรกเห็นก็มี
ในทางกลับกัน หากร่างกายเรามีสาร A อยู่ในปริมาณที่น้อยจัดๆ ก็จะส่งผลให้ร่างกายของเราถวิลหาบุคคลที่มีสาร A อยู่ในปริมาณที่มากๆโดยที่เราก็ไม่รู้ตัว และนั่นก็คือเหตุผลที่คนเราเกิดรักแรกพบ
เพ้อเจ้อนะเนี่ย
แต่ถ้าวันนึงมีนักวิทยาศาสตร์ประกาศรับรองทฤษฎีนี้ขึ้นมาล่ะก็ หนาวเรย
ฮ่าๆๆๆๆ
1月4日 สิ่งที่หนูอยากบอกป๊าแม่ อาม่า อาเจ้ก อาโกว และทุกๆคนเสมอมา......ก็คือความหมายที่อยู่ในเนื้อเพลงข้างล่างนี้ ไม่ต้องตีความให้ยุ่งยาก ทุกประโยคที่ไปกด copy แล้วเอามา paste ในบล็อคอันนี้มันสะท้อนถึงความคิดในใจของกะต่ายแบบตรงตัวและตรงเป๊ะ หากว่าจะเปิดใจรับฟัง(หรือไม่ก็ตาม) ทุกคนก็คงจะได้เข้าใจว่าทำไมอีเด็กเวรคนนึงมันถึงได้ดื้อขนาดนี้ ใครพูดเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง
เพราะอะไรน่ะหรอ?
เพราะเด็กเวรคนนี้มันยังคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมันคือการได้ทำตามที่ใจฝันไว้
...ไม่ใช่การมีเงินเยอะๆ
...ไม่ใช่การได้งานสบายๆ ตำแหน่งมั่นคง
...ไม่ใช่การหาผู้ชายรวยๆมาเป็นสามี
(เอาเป็นว่าณ.อายุ 23 ปีในตอนนี้ อีเด็กเวรคนนี้มันยังไม่เห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าวข้างต้นตามที่ญาติที่รักทั้งหลายพยามพูดกล่อมเป่าหูทุกเวลาที่มีโอกาส)
โปรดเข้าใจทีเถิด....ซักวัน....ไม่ช้าก็เร็ว
ก็รู้เธอหวังอยากให้ฉันเปลี่ยนเป็นฉันที่เธอต้องการ
แต่เธอไม่สนใจสิ่งที่ฉันทำลงไป ไม่เคยรู้ว่าทำไม เพราะอะไร เธอขอให้ฉันเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง ทิ้งทุกอย่างข้างใน ต่อจากวันนี้ไปคงจะไม่มีวันใดที่ตัวฉันมีความหมายที่เธอไม่เคยรู้ สิ่งนั้นมีจริง แต่กลับให้โยนทิ้ง
ที่ฉันนั้นต้องการคือสิ่งนี้ที่จะบอก ให้ฉันเป็นฉันอย่างนี้ สวรรค์คงไม่ปล่อยให้ฉันตาย ให้ฉันเป็นตัวเองเถอะได้ไหม 12月18日 รอบบ่ายวันอังคารที่เมเจอร์ (ปิ่นเกล้า)วันนี้ไปดูหนังมา เรื่อง I am Legend
รอบ 13.20 ที่เมเจอร์ ปิ่นเกล้า โรง 9 ที่นั่ง E 10 (ทำไมต้องบอกละเอียดขนาด??)
เอาเปนว่าพูดถึงแค่รอบวันอังคารตอนบ่ายแล้วกัน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันมาดูหนังวันธรรมดารอบเวลาบ่ายๆแบบนี้ คนเดียว
และก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นว่าคนส่วนมากที่มาดูหนังรอบแบบนี้นั้น มักเป็น
ก. คนตกงาน หรือ คนทำงานแบบไม่ใช่ออฟฟิตอาว....เช่นตรู
ข. นักเรียน(สก๊อยเวอร์ชั่น...สงสัยว่าสาขาปิ่นเกล้ามันแวดล้อมไปด้วยโรงเรียนที่เด็กสก๊อยมักเรียนกันเยอะ จุดสังเกตง่ายๆ ทรงผมและความยาวของกระโปรง)ที่เลิกเร็วหรือหนีรร.มา จะหนีกันมาเป็นกลุ่มเป็นก้อน หรือ คู่รักนักศึกษาเกี่ยวก้อยห้อยแขนกันเข้าโรง
และ
และ
และ
ค. อาเสี่ยและเมียน้อย...
สองข้อแรกมักเป็นช้อยธรรมดาๆที่คนทั่วไปเห็นแล้วไม่แปลกใจ ไม่ต้องกลับมาอ่านอีก แต่ช้อยข้อหลังๆเช่นบล็อคอันนี้อาจทำให้หลายคนต้องคิดอีกที ใช่ม๊า
แต่เราขอยืนยันว่ามันเป็นความจริง จากที่เดินไปคิดไป(เอง) สามารถสรุป(เอาเอง)ได้ว่า เพราะบ่ายวันธรรมดาแบบนี้อาเสี่ยมักปลอดภัยและไร้ภารกิจต่อบ้านใหญ่ ซึ่งถ้ามาวันเสาร์อาทิตย์จะเป็นที่ผิดสังเกตุมากๆ เนื่องเพราะทั่วโลก (ยกเว้นอีประเทศแขกที่มันหยุดวันพะหัดกะศุกร์) เข้าใจกันดีว่าเสาร์อาทิตย์เป็นวันหยุดและวันครอบครัว หนังรอบบ่ายวันธรรมดา เช่น อังคารตอนบ่ายโมงกว่าๆนี้จึงดีนักแล
ความจริงอีกประการนึงก็คือ หน้าตาของอาเสี่ยหรือผู้ชายที่มีเมียอีกคนนั้น มักเป็นชายวัยกลางคนปริ่มๆปลายคน รูปร่างหน้าตาดูภูมิฐานไปจนถึงขั้นหน้าตาดูรักครอบครัวมากๆ สงสัยว่าพวกหน้าเอี้ยๆมันคงไม่มาโรงหนังแล้วมั๊ง คงไปโรงรูดม่านเลย ฮ่าๆๆๆ ส่วนฝ่ายหญิงมักเป็นหญิงหน้าตาพอไปวัดวาได้จนถึงขั้นดีและแต่งตัวเก่ง ..... ไม่รู้จะบรรยายอะไรต่อแล้ว
เอาเป็นว่า
ถ้าคุณแม่บ้านเมียหลวงท่านไหนอยากจะจับชู้ของคุณสามีคาหนังคาเขา ลองมาดักรอที่โรงหนังวันธรรมดาสิคะ
อีกสถานที่นึงที่ไม่ควรพลาด 12月17日 รักแท้*เมื่อคืนนั่งดูซีรีย์เกาหลีเรื่อง My Girl ให้จบ ปรากฎว่าตอนหกโมงเช้ากว่าๆพระเอกนางเอกถึงกลับมารักกันได้
ฉากรักตอนจบของหนังเกาหลีไมมันห่วยงี้อ่ะ ไม่ถึงสามนาที ง่ายๆ สั้นๆ จะกระชับไปไหน
แหม.....ทีตอนพลัดพรากกันเนี่ยะ ล่อเข้าไปสามสี่ตอนได้
ดูแล้วทรมาณโครตๆเลย จนถึงตอนนี้ แม้จะรู้ว่าตอนจบกงซานกับยูรินได้แต่งงานกันก็เถอะ กลับไปคิดถึงตอนที่นางเอกหายไปจากพระเอกสองปีทีไร รู้สึกว่าหายใจไม่ทั่วท้องเลย
รึว่าฉันอินเกินไปนะ?
ฉากหลังจากที่นางเอกหนีไปแล้วพระเอกไปตามหาที่แอร์พอร์ทไม่เจอแล้วมันขึ้นตัวหนังสือเกาหลีที่อ่านไม่ออกแต่มีซับไทยว่า "2ปีผ่านไป" รู้ไหม ประโยคแค่นั้นทำเอาฉันแทบขาดใจ
หนังมันตัดรายละเอียดไปว่าตลอดเวลาสองปีที่ผ่านไปนั้น แต่ละคนใช้ชีวิตอยู่ให้มันผ่านไปได้ยังไง
กินข้าวได้ยังไง นอนได้ยังไง ไปทำงานได้ยังไง
ในเมื่อคนที่เรารักอยู่หายไปไหนไม่รู้ และเราก็ยังรัก....รักแบบสุดหัวใจน่ะ (รักแบบนี้มีจริงๆนะ อาเมน)
เป็นฉันเองคงทำไม่ได้เลย
แค่จินตนาการตามในเรื่อง ฉันเองก็แทบจะบ้าตาย
ฉันว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้ประทับใจอาไรมากมายหรอก สู้ฟูลเฮ้าส์ไม่ได้เลย
แต่ตอนที่พระเอกในฟูลเฮ้าส์ออกไปกับนางรองนั่นน่ะ ฉันก้อยังนั่งดูเฉยๆแล้วก้อรอให้มันกลับไปหานางเอก
แต่ตอนที่พระเอกในมายเกิร์ลออกเดินทางตามหานางเอกนั้น ฉันทนดูไม่ได้เลย แค่คิดตามท้องเรื่องนั้นฉันก็จุกอกจะตายให้ได้
ให้รู้ว่าเค้ายังอยู่ดี มีความสุข(แม้ว่ากับใครก็ตาม) ยังดีกว่าไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน แล้วเมื่อไหร่จะได้เจอกัน
แบบนี้สิ รักแท้*
------------------
ไปแล้ว ไปหาทิชชู่ก่อน
12月13日 หนึ่งปีให้หลัง...วันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีที่อากงเสีย
แต่...
ทุกครั้งที่ไปบ้านปากท่อ ก็รู้สึกว่าอากงยังอยู่ที่นั่น
มอง และเห็นพวกเราทุกคน
บ่อยครั้งที่ฉันฝันอยากให้ตอนที่โผล่หัวตรงประตูหน้าบ้านปากท่อแล้วเจออากงนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่
หรือตั้งวงน้ำชาหน้าบ้านกับเพื่อนๆ
ความสุขสำหรับฉัน มันคงเป็นแบบนั้นนั่นเอง
มีครอบครัวที่อบอุ่น อบอุ่น และอบอุ่น
แต่วันนี้ วันที่อากงไม่อยู่
ทุกคนก็เปลี่ยนไป
เสาหลักหายไป
ชิ้นส่วนต่างๆก็พลอยหลุดลอยกระเด็นกระดอนออกไปคนละทิศทาง
จนมาวันนี้.....ส่งผลให้เรือลำนึงที่ครั้งนึงเคยสง่างามอยู่ท่ามกลางคลื่นในทะเลกลับแทบอับปาง
ทุกคนพลอยคิดกันไปว่า นั่นเป็นเพราะอากงไม่อยู่แล้ว ขาดเสาหลักไป
แต่อันที่จริงแล้ว มันเป็นเพราะทุกคน "ไม่เห็น" อากงอยู่ในสายตาของพวกเขาต่างหาก
จริงๆ
-------------------------------------------------------------------------------------------
กั่กตั่ยคิดถึงอากงจ้า ^^ 11月23日 โฮ่ย....รำค๊านนนนนระยะนี้ใกล้เลือกตั้งล่ะ
บรรยากาศก็แบบเดิมๆ
ออกทีวีกันให้วุ่นวาย
เดินหาเสียงกันให้วุ่นวาย
ตั้งเวทีอภิปรายกันให้วุ่นวาย
และ
จ้างรถมาเปิดสปอทร้องแลกแหกกระเชิงกันให้โครตวุ่นวายยยยย
แมร่ง.....รำค๊านนนน
เจ็ดโมงเช้า - โปรดเลือกพลังประชาชนเพื่อเศรษฐกิจไทยก้าวไกลลลลลลลลลลลลลล ประชาชนกินดี...อยู่ดีอีอีอีอีอีอี เอิ๊ก อย่าลืมนะครับพี่น้อง เลือกพลังประชาชนยกที๊มมมมมมม
เก้าโมงเช้า - ประชาธิปัตย์ ประชาธิปัตย์ ประชาธิปัตย์ (มันเป็นเพลงประจำพรรคเค้าอ่ะ ร้องได้แค่นี้)
สิบโมง - ไอ้รถเจ้าแรกวนมารอบสอง
สิบเอ็ดโมง - ไอ้รถเจ้าสองก็วนมารอบสอง
...และมันก้อผลัดกันมาทุกชั่วโมง....
โฮ่ยยยยยย รำคานเว้ยยยยยย
ตรูไม่เลือกเพียงเพราะแกมาเปิดเพลงหาเสียงวนเวียนบ่อยๆหรอกนะ ฮ่วย คิดไรอยู่ฟร่ะ....
นี่แหละน๊าการเมืองแบบไทยๆ
11月14日 If u ask me about man....this is my answer....
ผู้ชายน่ะหรอ
หึๆๆๆ
แบ่งได้ง่ายๆเป็นสองจำพวก
(เมื่อเราตัดตุ๊ดแต๊วแอ๊วเกย์ไบออกไปแล้วน่ะนะ)
แบบแรก
พวกที่เห็นผู้หญิงเป็นของ
พวกนี้เวลาหาแฟนจะมองแค่ว่า มันสวยไหม มันรวยป่าว ควงมันไปไหนต่อไหนแล้วจะอายใครไหม ถ้าเพื่อนมาเห็นกูเดินกะอีนี่ เพื่อนกูจะชมหรือด่าวะ
คิดแต่เรื่องแค่นี้
แบบสอง
พวกที่เห็นผู้หญิงเป็นคน เป็นคนอีกคนของชีวิตตัวเอง
หน้าตาก็อาจมีส่วนบ้างนะ เอาให้ไม่แย่เกินไป ถ้าเข้าสเปคขาวหมวยบ้างก็ดี แต่ถ้าไม่ก็ไม่เปนไรหรอก
แต่แบบ "คนนี้ดีว่ะ" (บอกเพื่อนตัวเองตอนถามว่าทำไมเลือกคนนี้) "กูอยู่กะเค้าแล้วสบายใจดี เค้าเข้าใจกู เป็นห่วงกู รักกูจริงๆ"
แต่...
แบบหลังมีอยู่ราว 0.000012% เมื่อเทียบกับสัดส่วนเพศชายทั้งหมดตามทะเบียนราษฎร์
...
ไปกินทาโร่กันเหิดแม่หญิงทั้งหลาย ดูแลตัวเองดีๆกัน 10月10日 ตกงาน*ฮ่วย....
อีแร้วหรอเนี่ยะ
อุส่าห์คิดไว้ว่าจะทำที่นี่ไม่ต่ำกว่า 3 เดือนซะหน่อย......
เฮ้อ.....
จะย้ายออฟฟิตทำไมไม่บอกตรูตั้งแต่แรกตอนสมัครฟร่ะ.....จะได้ไม่มีปัญหา
ฮือออออออ
ใครอยากทำบุญคนตกอับก็ช่วยหางานใหม่ให้หน่อยน๊า
T-T" 10月4日 เสี่ยงดวง*อยากได้ไหมสิ่งที่เฝ้าคอยหา*
แล้วหากมันต้องเลือกล่ะ....จะยอมเสี่ยงเผื่อว่าจะได้มันมา แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าที่สุดแล้ว เราจะได้มันมาจริงๆ
หรือจะเลือกเพลย์เซฟ อยู่ห่างๆอย่างเสียดาย แต่ไม่เจ็บตัว ปลอดภัย รับรอง
ด้วยนิสัยแบบกะต่ายแล้ว คงเลือกจะลองเสี่ยงแน่ๆ หึหึหึ
แต่ตอนนี้โตขึ้นมากแล้ว ก็พอจะคาดการณ์เผื่อได้ว่า
หากจะลองเสี่ยงดวงดูแล้ว มันก้อมีสองทาง
ทางแรก...หากว่าโชคดี ก็ได้สิ่งนั้นมาเป็นของเราซะที ลัคกี้จัง
หรือ
อีกทางนึง....โชคไม่ดี เดินพลาด หลง กลับไปวนย้อนรอยทางเก่าๆที่เคยย่ำไป ทางลวงที่โปรยด้วยกลีบกุหลาบ
แต่ซ่อนไว้ซึ่งเศษแก้วและขวากหนาม ครั้งหนึ่งที่เคยหลงมาทางนี้ เจ็บตีนมากๆ ขอบอก....แทบลุกขึ้นเดินต่อไปไม่ไหวเลย
ไอ้สิ่งที่ว่าน่ะ อยากได้ก็อยากได้ แต่ก็ป๊อดกลัวขาพิการอีก เกิดซวยพลัดหลงไปทางนั้นอีกทีคราวนี้เดี้ยงแน่ๆ
เอาไงดี???
ไป??? ไม่ไป??? 9月9日 numby sunday . . . .mytodaysundayisgoingtopassby, littlebylittlebutitgonnapasstomondaysoon
asthereisnothingmuchonthissunday,justlikethepreviousoneandtheonesbeforethepreviousone
but, itdoesnotatalllike Sunday when I was a child
eventodaysunday, iamsittingattheexactsameplaceas i was in Sunday in My Childhood.
mymindnowchangesdifferentlyfrom my mind when I was 6 or 14.
itsnowfullofnumb,lifelessnessandvanity
certain of life "uncertainty"
nowiwaittobecomeaworkaholichumanbeingintomorrowandsoon
8月30日 ซักวัน...ฉันจะได้ทำงานที่ใฝ่ฝัน....
ฉันจะมีคนรักที่เฝ้ารอมานาน....
. . .
ว่าแต่วันไหนเนี่ยะ -_-"
เฮ้อ.....เป็นอะไรไปชีวิตกรูวววววว
8月9日 หลงทาง????ไปทางไหนดี????
เอายังไงดี????
ถ้าเลือกไปทางนี้ แล้วจะเสียใจไหมถ้าไม่ได้ไปทางนั้น????
แต่ถ้าเลือกทางนั้นไปแล้ววันนึงจะเสียดายไหมว่าไม่ควรมาเลย????
ชีวิตคือการเลือกสรร เอาสติ ปัญญา และใจเข้าเดินทาง*
แล้วพวกคุณเลือกทางเดินไหนกันคะ? 8月6日 เฟลว่ะ เฟลมากๆด้วย (นี้ดกำลังใจโหมด*)ทำไมช่วงนี้ถึงเฟลไปหมดเลยนะ
อันที่จริงก้อเรื่องงานนี่แหละ
แต่แบบ มันทำให้ฟ้าทั้งวันดูหม่นหมองไปเลย
ทำไมน๊า
สมัครงานไปสามที่ติดก้อไม่ได้สามที่ติดๆกันเลย แต่เสียใจกะผลบางกอกสุดๆๆๆๆๆๆ ฮืออออออออออออ T-T ทำเอาแทบเลิกอยากเป็นแอร์เลย
ฮืออออออ
มันเป็นที่จังหวะชีวิตใช่รึป่าวอ่ะ ถ้างั้นช่วงนี้จะได้งดกิจกรรมหางานทำ
หรือมันจะเป็นแบบไปตลอดเนี่ยะ ฮือออออออย่าน๊าๆๆๆ
อย่าให้เป็นแบบนั้นเลย T-T ขอร้อง 8月1日 ชีวิตสาวออฟฟิต อเกน T-Tไม่ชอบ ไม่ชอบเลยอ่ะ
อยากเป็นนางในเครื่องบินมากกว่าแย้ว
ขอให้ได้ติดปีกใหม่อีกครั้งในเร็ววัน สาธุๆ 7月19日 ฮี่ๆๆๆๆ.....นู๋ป่าวน๊า มัน(ลอย)มาเองฮี่ๆๆๆๆๆ
เจอ wireless ฟรี อ่ะคึยเจี๊ยก ย๊ากๆๆๆ ดีใจจัง
ไม่ต้องเสียตังค์ ซื้อกล่องมาติดเองให้วุ่นวาย
แค่เดินมาที่โต๊ะทำงานในห้องนอน
เปิดไวเลสและเรดาร์
หาๆๆๆๆๆ......
สักครู่
เจอ! อุกรี๊ด
คนไทยใจดีจัง
ต้องแบบนี้สิ มีอาไรต้องแบ่งๆกันใช้
เหะๆๆๆๆ
หนูป่าวน๊า มัน(ลอย)มาเอง
หนูป่าวขโมยน๊า มัน(ลอย)มาเอง
7月14日 July 13, 2007*It's my Graduation Day!!!
'n u know what?
i have the most beautiful day in my life!
thank you u guys, i really really appreciate (^-^) 7月5日 where is my other part?วันนี้ไปงานรับปริญญาเพื่อนที่มหิดลมา
เห็นคนคนนึง
คนที่เคยรู้จักกัน
มองๆ คุยๆ มองตา
แล้วพอกลับมาก้อเพ้อเจ้อ เป็นบ้าเป็นบ้ออีกเช่นเคย
เฮ้อ.....เมื่อไหร่น้า จะมีคนที่ใช่มาแทนที่เค้าได้จริงๆ
จะรักให้ดีสุดๆไปเลย >-< |
|
|||
|
|